วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556

บริการต่างๆของ Google


                     บริการต่างๆของ Google Google Apps คือชุดแอปพลิเคชันของ Google ที่รวบรวมบริการที่สำคัญต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อสนับสนุนธุรกิจของคุณ บริการที่ฝากไว้บนเว็บนี้ช่วยให้ธุรกิจ โรงเรียน และสถาบันต่างๆ สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของ Google เช่น Email, Google เอกสาร, Google ปฏิทิน และ Google Talk บนโดเมนเฉพาะหนึ่งๆ (เช่น www.yourcompany.com) ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเป็นเจ้าของโดเมนชื่อ example.com และคุณลงชื่อสมัครใช้บริการ Google Apps ทุกคนในองค์กรของคุณจะได้รับ: ที่อยู่อีเมลที่กำหนดเอง (user@example.com) เครื่องมือสำหรับการประมวลผลคำ สเปรดชีตและงานนำเสนอ ระบบปฏิทินที่ใช้ร่วมกัน เครื่องมือสำหรับการสร้างหน้าเว็บและไซต์ต่างๆ สำหรับธุรกิจของคุณ การเข้าถึงระบบอินทราเน็ตที่ยืดหยุ่น และอื่นๆ อีกมาก! บัญชี Google แตกต่างจากบัญชี Google Apps อย่างไร แม้ว่าบัญชี Google Apps และบัญชี Google จะอนุญาตให้คุณเข้าถึงผลิตภัณฑ์หลายๆ อย่างของ Google ได้เหมือนกัน แต่สองบัญชีนี้ก็ต่างประเภทกัน บัญชี Google เป็นระบบการลงชื่อเข้าใช้ที่อนุญาตให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ผู้บริโภคหลากหลายผลิตภัณฑ์ของ Google โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น Gmail, Google Groups, Google รายการช็อปปิ้ง, Picasa, ประวัติเว็บ, iGoogle และ Google Checkout ซึ่งดูแลระบบโดย Google Google Apps อนุญาตให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ขับเคลื่อนโดย Google แต่มีผู้ดูแลระบบคือองค์กรของคุณ ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าคุณมีบัญชีประเภทใด หากคุณสามารถที่จะแก้ไขตัวเลือกการกู้บัญชีของคุณ หน้าต่างใหม่ แสดงว่าคุณมีบัญชี Google หากคุณลงชื่อเข้าใช้บัญชีแล้วไปยังหน้าตัวเลือกการกู้บัญชี หน้าต่างใหม่ และได้รับข้อความพร้อมรายละเอียดในการติดต่อผู้ดูแลระบบของคุณ แสดงว่าคุณมีบัญชี Google Apps การเปลี่ยนแปลงของ Google Apps เมื่อเร็วๆ นี้ เราได้เปลี่ยนแปลงบัญชี Google Apps ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานของบัญชีใหม่ เพื่อให้บัญชี Google Apps สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ Google ส่วนใหญ่ได้ เช่นเดียวกับบัญชี Google บัญชี Google อยู่ภายใต้ข้อกำหนดในการให้บริการที่ Google ได้กำหนดไว้โดยได้รับความเห็นชอบในเวลาที่คุณสร้างบัญชีของคุณขึ้น อย่างไรก็ตาม หากคุณมีบัญชี Google Apps บริการต่างๆ ที่คุณใช้งานบนบัญชีของคุณจะอยู่ภายใต้ข้อกำหนดในการให้บริการขององค์กรของคุณ นอกจากนี้ การเข้าถึงบริการต่างๆ ที่ขับเคลื่อนโดย Google จะอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ดูแลระบบ
                  ดังนั้น เมื่อใช้บัญชี Google Apps คุณอาจมีฟังก์ชันการใช้งานที่จำกัดเมื่อเทียบกับบัญชี Google ที่มา Google Apps คือชุดแอปพลิเคชันของ Google ที่รวบรวมบริการที่สำคัญต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อสนับสนุนธุรกิจของคุณ บริการที่ฝากไว้บนเว็บนี้ช่วยให้ธุรกิจ โรงเรียน และสถาบันต่างๆ สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของ Google เช่น Email, Google เอกสาร, Google ปฏิทิน และ Google Talk บนโดเมนเฉพาะหนึ่งๆ (เช่น www.yourcompany.com) ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเป็นเจ้าของโดเมนชื่อ example.com และคุณลงชื่อสมัครใช้บริการ Google Apps ทุกคนในองค์กรของคุณจะได้รับ: ที่อยู่อีเมลที่กำหนดเอง (user@example.com) เครื่องมือสำหรับการประมวลผลคำ สเปรดชีตและงานนำเสนอ ระบบปฏิทินที่ใช้ร่วมกัน เครื่องมือสำหรับการสร้างหน้าเว็บและไซต์ต่างๆ สำหรับธุรกิจของคุณ การเข้าถึงระบบอินทราเน็ตที่ยืดหยุ่น และอื่นๆ อีกมาก! บัญชี Google แตกต่างจากบัญชี Google Apps อย่างไร แม้ว่าบัญชี Google Apps และบัญชี Google จะอนุญาตให้คุณเข้าถึงผลิตภัณฑ์หลายๆ อย่างของ Google ได้เหมือนกัน แต่สองบัญชีนี้ก็ต่างประเภทกัน บัญชี Google เป็นระบบการลงชื่อเข้าใช้ที่อนุญาตให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ผู้บริโภคหลากหลายผลิตภัณฑ์ของ Google โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น Gmail, Google Groups, Google รายการช็อปปิ้ง, Picasa, ประวัติเว็บ, iGoogle และ Google Checkout ซึ่งดูแลระบบโดย Google Google Apps อนุญาตให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ขับเคลื่อนโดย Google แต่มีผู้ดูแลระบบคือองค์กรของคุณ ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าคุณมีบัญชีประเภทใด หากคุณสามารถที่จะแก้ไขตัวเลือกการกู้บัญชีของคุณ หน้าต่างใหม่ แสดงว่าคุณมีบัญชี Google หากคุณลงชื่อเข้าใช้บัญชีแล้วไปยังหน้าตัวเลือกการกู้บัญชี หน้าต่างใหม่ และได้รับข้อความพร้อมรายละเอียดในการติดต่อผู้ดูแลระบบของคุณ แสดงว่าคุณมีบัญชี Google Apps การเปลี่ยนแปลงของ Google Apps เมื่อเร็วๆ นี้ เราได้เปลี่ยนแปลงบัญชี Google Apps ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานของบัญชีใหม่ เพื่อให้บัญชี Google Apps สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ Google ส่วนใหญ่ได้ เช่นเดียวกับบัญชี Google บัญชี Google อยู่ภายใต้ข้อกำหนดในการให้บริการที่ Google ได้กำหนดไว้โดยได้รับความเห็นชอบในเวลาที่คุณสร้างบัญชีของคุณขึ้น อย่างไรก็ตาม หากคุณมีบัญชี Google Apps บริการต่างๆ ที่คุณใช้งานบนบัญชีของคุณจะอยู่ภายใต้ข้อกำหนดในการให้บริการขององค์กรของคุณ นอกจากนี้ การเข้าถึงบริการต่างๆ ที่ขับเคลื่อนโดย Google จะอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ดูแลระบบ ดังนั้น เมื่อใช้บัญชี Google Apps คุณอาจมีฟังก์ชันการใช้งานที่จำกัดเมื่อเทียบกับบัญชี Google

SERVICES AND INVESTMENTS BELONGING TO GOOGLE 
Gmail http://www.gmail.com/ 
Blogger http://www.blogger.com/ 
Froogle http://www.froogle.com/ 
Hello http://www.hello.com/ 
Orkut http://www.orkut.com/ 
Picasa http://picasa.google.com/ 
SketchUp http://www.sketchup.com/ 
Writely http://www.writely.com/
Google AdWords https://adwords.google.com/select/ 
Google AdSense https://www.google.com/adsense/ 
Google Analytics http://google.com/analytics/ 
Google Answers http://answers.google.com/ 
Google Base http://base.google.com/ 
Google Blog Search http://blogsearch.google.com/ 
Google Bookmarks http://www.google.com/bookmarks/ 
Google Books Search http://books.google.com/ 
Google Calendar http://google.com/calendar/ 
Google Catalogs http://catalogs.google.com/ 
Google Code http://code.google.com/ 
Google Deskbar http://deskbar.google.com/ 
Google Desktop http://desktop.google.com/ 
Google Directory http://www.google.com/dirhp 
Google Earth http://earth.google.com/ 
Google Finance http://finance.google.com/ 
Google Groups http://groups.google.com/ 
Google Images http://images.google.com/ 
Google Labs http://labs.google.com/ 
Google Local http://local.google.com/ 
Google Maps http://maps.google.com/ 
Google Mars http://www.google.com/mars/ 
Google Mobile http://mobile.google.com/ 
Google Moon http://moon.google.com/ 
Google Movies http://www.google.com/movies 
Google Music http://www.google.com/musicsearch 
Google News http://news.google.com/ 
Google Pack http://pack.google.com/ 
Google Page Creator http://pages.google.com/ 
Google Personalized Home http://www.google.com/ig 
Google Personalized Search http://labs.google.com/personalized 
Google Reader http://www.google.com/reader 
Google Scholar http://scholar.google.com/ 
Google Search History http://www.google.com/searchhistory 
Google SMS http://www.google.com/sms/ 
Google Suggest http://www.google.com/webhp?complete=1 
Google Talk http://talk.google.com/ 
Google Toolbar http://toolbar.google.com/ 
Google Transit Trip Planner http://www.google.com/transit 
Google Translate http://www.google.com/translate_t 
Google Video http://video.google.com/ 
Google Web Accelerator http://webaccelerator.google.com/ 
Google Web API http://www.google.com/apis/ 
Google Web Search http://www.google.com/

FUN GOOGLE SERVICES
Pigeon Rank http://www.google.com/technology/pigeonrank.html 
Mentalplex http://www.google.com/mentalplex/ 
Moonbase Google http://www.google.com/jobs/lunar_job.html 
Google Gulp http://www.google.com/googlegulp/ 
Google Romance http://www.google.com/romance/

Other
Google Sitemaps https://www.google.com/webmasters/sitemaps/
Google Holiday Logos http://www.google.com/intl/en/holidaylogos.html 
Google Zeitgeist http://www.google.com/press/intl-zeitgeist.html 
Google Jobs http://www.google.com/intl/en/jobs/ 
Google University http://www.google.com/options/universities.html 

Blog for services
Google Code http://code.google.com/ 
Official Google Blog http://googleblog.blogspot.com/ 
Adwords API http://adwordsapi.blogspot.com/ 
Blogger Buzz http://buzz.blogger.com/ 
Google Base http://googlebase.blogspot.com/ 
Google Enterprise http://googleenterprise.blogspot.com/ 
Google Maps API http://googlemapsapi.blogspot.com/ 
Google Reader http://googlereader.blogspot.com/ 
Google Research http://googleresearch.blogspot.com/ 
Google Talk http://googletalk.blogspot.com/ 
Google Video http://googlevideo.blogspot.com/ 
Inside AdSense http://adsense.blogspot.com/ 
Inside AdWords http://adwords.blogspot.com/ 
Inside Desktop http://googledesktop.blogspot.com/ 
Inside Sitemap http://sitemaps.blogspot.com/


FTp (file transfer protocol)

        FTP ย่อมาจาก File Transfer Protocol คือ โปรโตคอลเครือข่ายชนิดหนึ่ง ถูกนำใช้ในการถ่ายโอนไฟล์ ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างการถ่ายโอนไฟล์ระหว่าง ไคลเอนต์ (client) กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นแม่ข่าย เรียกว่า โฮสติง (hosting) หรือ เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งทำให้การถ่ายโอนไฟล์ง่ายและปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนไฟล์ผ่านอินเตอร์เน็ต การใช้ FTP ที่พบบ่อยสุด ก็เช่น การดาวน์โหลดไฟล์จากอินเทอร์เน็ต ความสามารถในการถ่ายโอนไฟล์ ทำให้ FTP เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนที่สร้างเว็บเพจ ทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ โดยที่การติดต่อกันทาง FTP เราจะต้องติดต่อกันทาง Port 21 ซึ่งก่อนที่จะเข้าใช้งานได้นั้น จะต้องเป็นสมาชิกและมีชื่อผู้เข้าใช้ (User) และ รหัสผู้เข้าใช้ (password) ก่อน และโปรแกรมสำหรับติดต่อกับแม่ข่าย (server) ส่วนมากจะใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เช่น โปรแกรม Filezilla,CuteFTP หรือ WSFTP ในการติดต่อ เป็นต้น
FTP แบ่งเป็น 2 ส่วน
           1. FTP server  เป็นโปรแกรมที่ถูกติดตั้งไว้ที่เครื่องเซิฟเวอร์ ทำหน้าที่ให้บริการ FTP หากมีการเชื่อมต่อจากไคลแอนเข้าไป
           2. FTP client  เป็นโปรแกรม FTP ที่ถูกติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ของ user ทั่วๆไป ทำหน้าที่เชื่อมต่อไปยัง FTP server และทำการอัพโหลด ,ดาวน์โหลดไฟล์ หรือ จะสั่งแก้ไขชื่อไฟล์, ลบไฟล์ และเคลื่อนย้ายไฟล์ก็ได้เช่นกัน
ความสำคัญของ FTP
            โดยปกติเมื่อเราต้องการทำเว็บไซต์ไม่ว่าด้วยจุดประสงค์ใดก็ตาม สิ่งที่เราจะต้องนึกถึงและขาดไม่ได้คือ Hosting หรือ Server ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ให้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก การที่เว็บไซต์ของเราสามารถให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีหยุดนั้น ก็เพราะ Hosting ไม่เคยปิดนั่นเอง ส่วนการสร้างเว็บไซต์เกิดจากการเขียน Code โปรแกรม ไม่ว่าจะเขียนด้วยภาษา HTML PHP ASP , ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ต้องนำไฟล์ที่เราเขียนเสร็จเรียบร้อยไปใส่บน Hosting เพื่อสามารถให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน แต่ด้วยหนทางที่อยู่ไกลกันระหว่างเรากับ Hosting ที่เราขอใช้บริการไว้ เราจึงต้องใช้เทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์ ในการโอนย้ายไฟล์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา กับ Hosting ซึ่งเทคโนโลยีนั้นคือ FTP นั่นเอง

ข้อมูลอ้างอิง
http://com.d-ja.com
http://th.easyhostdomain.com

E-Mail

       




                 E-Mail ย่อมาจาก  EIectronic-Mail คือ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้รับส่งกันโดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (สำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ Internet )การใช้งานก็เหมือนกับเราพิมพ์ข้อความในโปรแกรม word จากนั้นก็คลิกคำสั่ง เพื่อส่งออกไป โดยจะมีชื่อของผู้รับ ซึ่งเราเรียกว่า E-mail Address เป็นหลักในการรับส่ง แต่ถ้าในกรณีที่เป็นการส่งอีเมล หรือข้อความโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้รับ เราเรียกว่า Spam  และเรียก อีเมลนั้นว่าเป็น spam mail

ประโยชน์ของ E-Mail1.รวดเร็ว เชื่อถือได้  2.ประหยัดค่าใช้จ่ายในการส่ง และลดการใช้กระดาษ3.ลดเวลาในการส่งเอกสารลง เพราะผู้ส่งไม่ต้องเสียเวลาไปส่งเอง หรือรอไปรษณีย์ไปส่งให้ 4.ผู้ส่งสามารถส่งเอกสารได้ตลอดไม่จำกัดเวลา หรือระยะทางในการส่ง ในขณะที่ผู้อ่านก็สามารถเปิดอ่านเอกสารได้ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน 5.สามารถส่งต่อกันได้สะดวก และผู้ส่งสามารถส่งให้ผู้รับได้พร้อมๆกันหลายคนในเวลาเดียวกัน

E-Mail (Electronic Mail) - จดหมายอิเลคทรอนิกส์ คืออะไร
            คือจดหมายอิเลคทรอนิกส์ ที่ใช้รับส่งกันโดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์บางแห่งใช้เฉพาะภายใน บางแห่งใช้เฉพาะภายนอกองค์กร (สำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ internet) การใช้งานก็เหมือนกับเราพิมพ์ข้อความในโปรแกรม word จากนั้นก็คลิกคำสั่ง เพื่อส่งออกไป โดยจะมีชื่อของผู้รับ ซึ่งเราเรียกว่า Email Address เป็นหลักในการรับส่ง

รูปแบบชื่อ Email Address yourname@it-guides.com

1. yourname คือ ชื่อของคุณ สามารถตั้งเป็นชื่ออะไรก็ได้
2. เครื่องหมาย "@" สำหรับกั้นระหว่าง ชื่อ กับ ชื่อเวปไซท์ หรือ domain name
3. it-guides.com คือ ชื่อเวปไซท์ หรือ domain name


ชนิดของการรับส่ง E-mail

1. รับส่งโดยใช้โปรแกรม Email โดยเฉพาะ เช่น Outlook Express, Eudora
2. รับส่งโดยผ่าน Web site เช่น www.yahoo.com, www.hotmail.com
3. รับส่งโดยผ่าน Web Browser เช่น Netscape, IE เป็นต้น
          การรับส่ง Email โดยปกติจะต้องมีการกำหนด Configuration เพื่อกำหนด Incoming Mail และ Outgoing Mail Server ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยากในการ check mail เนื่องจากบางคนไม่ได้มีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นของตนเอง หรือบางคนอาจจะต้องเดินทางบ่อย ๆ ทำให้ไม่ค่อยสะดวก ดังนั้น แบบที่ 2 คือ check email ผ่าน Web site จึงมีผู้นิยมมากที่สุดในโลก เนื่องจากไม่จำเป็นต้องกำหนด Configuration อะไรทั้งสิ้น แค่เพียงคุณสมัครเป็นสมาชิกกับ Web site ที่ให้บริการ แค่จำชื่อ User และ Password เท่านั้น คุณก็สามารถจะตรวจสอบ Email ได้จากที่ต่าง ๆ ทั่วโลก... (การลงทะเบียนเพื่อขอ E-mail แบบที่ 2 นี้จะเป็นการให้บริการฟรี!)
Web site ที่ให้บริการ Email ฟรี ได้แก่
1. www.yahoo.com
2. www.hotmail.com
3. www.thaimail.com
4. www.mweb.co.th


วิธีการใช้งานทั่วไป


1. TO - หมายถึง ชื่อ Email สำหรับผู้รับ
2. FROM - หมายถึง ชื่อ Email สำหรับผู้ส่ง
3. UBJECT - หมายถึง หัวข้อเนื้อหาของจดหมาย
4. CC - หมายถึงสำเนา Email ฉบับนี้ไปให้อีกบุคคลหนึ่ง
5. BCC - หมายถึงสำเนา Email ฉบับนี้ไปให้อีกบุคคลหนึ่ง แต่ผู้รับ (TO) จะไม่ทราบว่าเราสำเนาให้ใครบ้าง
6. ATTACHMENT - ส่ง file ข้อมูลแนบไปพร้อมกับ Email


เทคนิคการใส่ขื่อ Email


1. ปกติชื่อ Email ประกอบด้วย yourname@it-guides.com เป็นต้น แต่เราสามารถใส่ชื่อของเราเพิ่มเข้าไปได้ด้วย ดังตัวอย่าง
Somsri "yourname@it-guides.com"
2. การส่ง Email พร้อมกันหลายคน เราสามารถส่งโดยใช้ช่อง CC ได้ หรือถ้าต้องการส่งในช่อง TO หลายคน เราสามารถใส่เครื่องหมายคอมม่า "," แยกระหว่าง Email ได้

ที่มา : http://www.saranartschool.com/compu5.htm

Game Online กับการศึกษา



เกมออนไลน์
                  เกมออนไลน์ (Online Game) คือเกมที่เป็นลักษณะที่มีผู้เล่นหลายคน ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยที่จะมีตัวละครเล่นแทนตัวเรา มีการพูดคุยกันในเกม สร้างสังคมช่วยกันต่อสู้ เก็บประสบการณ์ หรือ โดยเกมออนไลน์ส่วนมากจะเป็นเกมประเภท MMORPG ซึ่งผู้เล่นแต่ละคนจะสวมบทบาทเป็นตัวละครตัวหนึ่งในโลก สร้างสังคมออนไลน์ ในเกมสามารถสร้างห้องขึ้นมาเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยน มีการส่งข้อความถึงกันได้ในเกม เกมออนไลน์ เกมแรกที่เปิดให้บริการในประเทศไทยคือเกม King of Kings

การศึกษา
               การศึกษา คือ การสร้างคนให้มีความรู้ ความสามารถมีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นมีลักษณะนิสัยจิตใจที่ดีงาม มีความพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อตนเองและสังคม มีความพร้อมที่จะ ประกอบการงานอาชีพได้ การศึกษาช่วยให้คนเจริญงอกงาม ทั้งทางปัญญา จิตใจ ร่างกาย และสังคม การศึกษาจึงเป็นความจำเป็นของชีวิตอีกประการหนึ่ง นอกเหนือจากความจำเป็น ด้านที่อยู่อาศัย อาหารเครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค การศึกษาจึงเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิต เป็นปัจจัยที่จะช่วยแก้ปัญหาทุก ๆ ด้านของชีวิตและเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของชีวิตในโลกที่มีกระแสความ เปลี่ยนแปลงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่าง รวดเร็ว และส่งผลกระทบให้วิถีดำรงชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกันการ ศึกษายิ่งมีบทบาทและความจำเป็นมากขึ้นด้วย

                       เกมออนไลน์ กับการศึกษา
               เกมออนไลน์ กับการศึกษาคือการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เกมมีประโยชน์ช่วยให้นิสิต นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ควบคู่ไปกับความสนุกสนาน เกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งที่เรียน และเป็นการพัฒนากระบวนการคิดของผู้เรียนไปโดยที่ผู้เรียนไม่รู้ตัว รวมทั้งส่งเสริมกระบวนการทำงานและอยู่ร่วมกัน

ข้อดีและข้อจำกัดของวิธีสอนโดยใช้เกม

           พระมหาธราบุญ คูจินดา (http://www.pty.ac.th/ptyweb2009/download/Jeopardy gameReseach.doc) ได้ทำการวิจัยเรื่อง ประสิทธิผลการสอนทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียนอังกฤษด้วยเกม Jeopardy พบว่า เกม Jeopardy ส่งเสริมการพัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่านเขียนภาษาอังกฤษได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยม ผู้เรียนมีความพึงพอใจและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น และได้กล่าวว่า เกมมีคุณค่าต่อการเรียนการสอนได้ดังนี้

1. เกมเป็นสื่อที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความคล่องและความสามารถรอบตัวสูง ช่วยให้ผู้เล่นมีผลสัมฤทธิ์ได้อย่างกว้างขวาง ทั้งทางด้านพุทธิศึกษา และจริยศึกษา และความสามารถด้านการวิเคราะห์ การสังเคราะห์และการประเมินค่า

2. เกมจะช่วยให้ผู้เล่นพัฒนาพลังความคิดสร้างสรรค์ได้มาก

3. เกมส่งเสริมความสามารถในการตัดสินใจ การสื่อสาร ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และเจตคติทางด้านความกระตือรือร้นที่จะฟังความเห็นผู้อื่น ช่วยให้ผู้เรียนรู้จักแก้ปัญหา

4. ข้อได้เปรียบสูงสุดของวิธีสอนโดยใช้เกม คือ ความสนุก ทำให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาที่มีผลการเรียนไม่ค่อยดี

5. เกมส่วนใหญ่มักจะใช้พื้นฐานทางวิชาการหลาย ๆ ด้าน ซึ่งทำให้ผู้เล่นต้องรู้จักบูรณาการความรู้และทักษะหลาย ๆ ด้านเข้าด้วยกัน

ทิศนา แขมมณี (2551 : 368 – 369) ได้กล่าวว่า วิธีสอนโดยใช้เกมมีข้อดีและข้อจำกัด ดังนี้

ข้อดีของวิธีสอนโดยใช้เกม

1. เป็นวิธีสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้สูง ผู้เรียนได้รับความสนุกสนานและเกิดการเรียนรู้จากการเล่น

2. เป็นวิธีสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยการเห็นประจักษ์แจ้งด้วยตนเอง ทำให้การเรียนรู้นั้นมีความหมายและอยู่คงทน

3. เป็นวิธีสอนที่ผู้สอนไม่เหนื่อยแรงมากขณะสอน และผู้เรียนชอบ

ข้อจำกัดของวิธีการสอนโดยใช้เกม

1. เป็นวิธีสอนที่ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายมาก

2. เป็นวิธีสอนที่ผู้สอนต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างเกม

3. เป็นวิธีสอนที่ต้องอาศัยการเตรียมการมาก

4. เป็นวิธีสอนที่ผู้สอนต้องมีทักษะในการนำอภิปรายที่มีประสิทธิภาพ จึงจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนประมวลและสรุปการเรียนรู้ได้ตามวัตถุประสงค์

ที่มา
http://gotoknow.org/blog/panom/101128
http://203.144.226.201/km1864/?page_id=13

ประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร



            เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีส่วนทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในปัจจุบันมีความสะดวกสบายมากขึ้น ทำให้คนในสังคมมีการติดต่อสื่อสารถึงกันได้ง่ายและรวดเร็ว มีการทำกิจกรรมหลายสิ่งหลายอย่างร่วมกันง่ายขึ้น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น            

    

       1.3.1 ด้านการศึกษา                             

             1.  การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ทำให้ผู้ที่อยู่ห่างไกลหรือไม่สะดวกในการเดินทางสามารถได้รับการศึกษาเช่นเดียวกับผู้ที่อยู่ในเมือง                    

           2. บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอนในวิชาต่างๆ เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ภาษาต่างประเทศ ทำให้บทเรียนมีความน่าสนใจมากขึ้น และเกิดความเข้าใจได้ง่ายขึ้น เช่น การแสดงสถาณการณ์จำลอง แบบจำลอง ภาพเคลื่อนไหว แสงสีและเสียงประกอบ นักเรียนสามารถเตรียมตัวก่อนเรียน หรือทบทวนบทเรียนด้วยตนเองเมื่อใดก็ได้ที่มีเวลาว่าง  
          3.     บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ให้กับผู้พิการทางสายตาหรือหู

            1.3.2 ด้านการแพทย์และสาธารณสุข  เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนำมาใช้เริ่มตั้งแต่การทำทะเบียนคนไข้ การรักษาพยาบาลทั่วไป ตลอดจนการวินิจฉัยและรักษาโรคต่างๆ ได้อย่ารวดเร็วและแม่นยำ นอกจากนี้ยังใช้ในห้องทดลอง การศึกษาและการวิจัยทางการแพทย์ รักษาคนไข้ด้วยระบบการรักษาทางไกลตลอดเวลาผ่านเครือข่ายการสื่อสาร เครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า อีเอ็มไอสแกนเนอร์ ( EMI scanner ) ถูกนำมาใช้ถ่ายภาพสมองมนุษย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติในสมอง เช่น ดูเนื้องอกพยาธิเลือดออกในสมอง และต่อมาได้พัฒนาให้ถ่ายภาพหน้าตัดได้ทั่วร่างกาย เรียกชื่อว่า ซีเอที ( CAT-Computerized Axial Tomography scanner: CAT scanner ) ใช้วิธีฉายแสงเป็นจังหวะไปรอบๆ ร่างกายของมนุษย์ ถ่ายเอ็กซเรย์และเครื่องรับแสงเอกซเรย์ที่อยู่ตรงข้ามจะเปลี่ยนแสงเอ็กซเรย์ให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าเก็บไว้ในจานแม่เหล็ก จากนั้นจะนำสัญญาณไฟฟ้าเหล่านี้เข้าไปวิเคราะห์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ และแสดงผลลัพธ์เป็นภาพทางจอโทรทัศน์หรือพิมพ์ภาพออกมาทางเครื่องพิมพ์ ตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมนด้านการแพทย์และสาธารณสุข 
         1.3.3 ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนำมาใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม เช่น การจัดทำระบบข้อมูลเพื่อการเกษตรและพยากรณ์ผลผลิตด้านการเกษตร นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรม การประดิษฐ์หุ่นยนต์เพื่อใช้ทำงานบ้าน และหุ่นยนต์เพื่องานอุตสาหกรรมที่ต้องเสี่ยงภัยและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น โรงงาน สารเคมี โรงผลิตและควบคุมการจ่ายไฟฟ้า รวมถึงงานที่ต้องทำซ้ำๆ เช่น โรงงานประกอบรถยนต์ และโรงงานแบตเตอรี่ ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการผลิตและควบคุมคุณภาพสินค้า การส่งสินค้าตามใบสางสินค้า การควบคุมวัสดุคงคลัง และการคิดราคาต้นทุนสินค้า ตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในด้านอุตสาหกรรม

          1.3.4 ด้านการเงินการธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนำมาใช้ในด้านการเงินและธนาคาร โดยใช้ช่วยงานด้นบัญชี การฝากถอนเงิน โอนเงิน บริการสินเชื่อ แลกเปลี่ยนเงินตรา บริการข่าวสารการธนาคาร การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการเงินการธนาคารที่รู้จักและนิยมใช้กันทั่วไป เช่น บริการฝากถอนเงิน การโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วต่อการดำเนินธุรกิจต่างๆ
        

           1.3.5 ด้านความมั่นคง มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกันอย่างแพร่หลาย เช่น ใช้ในการควบคุมประสานงานวงจรสื่อสารทหาร การแปลรหัสลับในงานจารกรรมระหว่างประเทศ การส่งดาวทียมและการคำนวณวิถีการโคจรของจรวดไปสู่อวกาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติของประเทศไทยมีศูนย์ประมวลข่าวสาร มีระบบมีระบบจัดทำระเบียนปืน ทะเบียนประวัติอาชญากร ทำให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการสืบค้นข้อมูลเพื่อการสืบสวนคดีต่างๆ ตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก้านความมั่นคง
            1.3.6 ด้านการคมนาคม มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง เช่น การเดินทางโดยรถไฟ มีกรเชื่อมโยงข้อมูลการจองที่นั่งไปยังทุกสถานี ทำให้สะดวกต่อผู้โดยสาร
             1.3.7 ด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการออกแบบ หรือจำลองสภาวการณ์ต่างๆ เช่น การรับแรงสั่นสะเทือนของอาคารเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยการคำนวณและแสดงภาพสถานการณ์ใกล้เคียงความจริง ตัวอย่างซอฟแวร์การเกิดแผ่นดินไหว
             1.3.8 ด้านการพาณิชย์ องค์กรในภาคธุรกิจใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการบริหารจัดการ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับองค์กรในการทำงาน ทำให้การประสานงานหรือการทำกิจกรรมต่างๆ ของแต่ละหน่วยงานในองค์กร หรือระหว่างองค์กรเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถนำมาใช้ปรับปรุงการให้บริการกับลูกค้าซึ่งเป็นการสร้างภาพพจน์ที่ดีขององค์กรต่อลูกค้าทั่วไป สิ่งเหล่านี้นับเป็นการสร้างโอกาสความได้เปรียบแช่งขันให้กับองค์กร ตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในด้านการพาณิชย์ เช่น การให้บริการชำระค่าสินค้าบริการ การสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต และการตรวจสอบราคาสินค้าผ่านเครื่องอ่านราคาสินค้า

ที่มา : www.thaigoodview.com/node/80657


วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร


                     ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิจประจำวันเป็นอย่างมาก เช่น มีการใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงาน ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อสืบค้นข้อมูล หรือรับ – ส่งข้อมูลระหว่างกัน ตลอดจนใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Phone) หรือโทรศัพท์มือถือในการติดต่อสื่อสารองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเข้ามาใช้งานในทุกระดับชั้นขององค์กร เช่น งานด้านบริหาร การจัดการ และการปฏิบัติการ รัฐบาลได้เห็นความสำคัญของระบบเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสาร จึงประกาศให้ปี พ.ศ. 2538 เป็นชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารต่างๆมากมาย


                     ปีแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศไทยมีการลงทุนเกี่ยวกับโครงการพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเป็นจำนวนมาก เช่น มีการขยายระบบโทรศัพท์ และขยายเครือข่ายการสื่อสาร มีการสร้างระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ และการสร้างระบบจัดเก็บภาษีอากรด้วยคอมพิวเตอร์                      คำว่า “เทคโนโลยีสารสนเทศ (Imformation Technology : IT) เรียกย่อว่า “ไอที” ประกอบด้วยคำว่า “เทคโนโลยี” และคำว่า “สารสนเทศ” นำมารวมกันเป็น “เทคโนโลยีสารสนเทศ” 
                     คำว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Imformation and Communication Technology : ICT) หรือเรียกย่อว่า ”ไอซีที” ประกอบด้วยคำที่มีความหมายดังนี้ - เทคโนโลยี (Technology) หมายถึง การนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ในการพัฒนาเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ วิธีการหรือกระบวนการ เพื่อช่วยในการหรือแก้ปัญหาต่างๆทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยฃน์ต่อบุคคล กลุ่มบุคคล หรือองค์กร

                    สารสนเทศ (Imformation) หมายถึง ผลลัพธ์ที่เกิดจากการนำข้อมูลมาผ่านกระบวนการต่างๆอย่างมีระบบ จนได้สิ่งที่เป็นประโยชน์ มีคุณค่าและสาระ หรือมีเนื้อหาและรูปแบบที่เหมาะสมตามความต้องการของผู้ใช้
                     เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง การนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาประยุต์ใช้เพื่อสร้างหรือจัดการกับสารสนเทศอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อบุคคล กลุ่มบุคคล หรือองค์กร ทั้งนี้เทคโนโลยีสารสนเทศยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม ซึ่งเป็นวิธีการที่จะส่งข้อมูลจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เพื่อการแลกเปลี่ยนหรือเผยแพร่ข้อมูล และสารสนเทศได้อย่างรวดเร็วทันต่อการใช้ประโยชน์ผ่านอุปกรณ์สื่อสาร เช่น วิทยุ โทรศัพท์ เครื่องโทรสาร คอมพิวเตอร์ คลื่นวิทยุ และดาวเทียม 
                    เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารประเทศไทย พ.ศ. 2545 – 2549 หมายถึง เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับข่าวสารข้อมูล และการสื่อสารนับตั้งแต่การสร้าง การนำมาวิเคราะห์หรือการประมวลผล การรับและการส่งข้อมูล การจัดเก็บ และการนำข้อมูลกลับไปใช้งานใหม่


ที่มา : www.slideshare.net/piyadanaiw/ss-13467386

การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ในครอบครัวของตนเอง



             การนำเทคโนโลยีสารนิเทศมาใช้กับสังคมสารนิเทศใน ปัจจุบันก่อให้เกิดการสื่อสารและการใช้ ประโยชน์ จากสารนิเทศได้อย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพ ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารนิเทศที่มีผลต่อครอบครัวดังต่อไปนี้ คือ            
1. ช่วยให้เราติดต่อสื่อสารระหว่างกันอย่างสะดวกรวดเร็ว โดยใช้โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์หรือในรูปของ สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ทำให้ครอบครัวสามารถรู้สึกว่าอยู่ใกล้กันได้แม้จะอยู่ไกลกันก็ตาม            2. ช่วยในการจัดระบบข่าวสารจำนวนมหาศาล ซึ่งผลิตออกมาในแต่ละวัน ทำให้เราเข้าใจข่าวสารต่างๆในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น           
3. ช่วยให้เก็บสารนิเทศไว้ในรูปที่สามารถเรียกใช้ได้ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างสะดวก           
4. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสารนิเทศ เช่น ช่วยนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร ด้วยการช่วยคำนวณตัวเลขที่ยุ่งยาก ซับซ้อนซึ่งไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ด้วยมือ UploadImage           
5. ช่วยให้สามารถจัดระบบอัตโนมัติเพื่อการเก็บ เรียกใช้และประมวลผลสารนิเทศ และสามารถดึงข้อมูลต่างๆมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด          
6. สามารถจำลองแบบระบบการวางแผนและทำนาย เพื่อทดลองกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นได้           
7. อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสารนิเทศดีกว่าสมัยก่อน ทำให้ผู้ใช้สารนิเทศมีสามารถเข้าถึงสิ่งต่างๆรอบตัวได้มากขึ้น           
8. ลดอุปสรรคเกี่ยวกับเวลาและระยะทางระหว่างประเทศ อย่างเช่น หากครอบครัวเราอยู่คนละประเทศ หรืออยู่ในที่ๆไกลกัน เทคโนดลยีสามารถทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ใกล้กันได้ สามารถเห็นหน้ากันได้ในระยะไกลๆ